น้ำท่วมครั้งใหญ่ พ.ศ. 2554

   ในปี พ.ศ.2554 ไม่มีคนไทยที่ไม่มีวันลืมเหตุการณ์ที่ต้องพบกับความสูญเสียและไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น ย้อนกลับไปในช่วงฤดูมรสุม ระหว่างเดือน กรกฎาคม พ.ศ.2554 เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักทางตอนเหนือ และ ตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย อธิพลมาจากพายุโซนร้อนนกเตน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2554 ปริมาณน้ำไหลท่วมพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ เริ่มตั้งแต่ เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ อุตรดิษถ์ น่าน พะเยา หลังจากนั้นเกิดฝนตกอย่างต่อเนื่องในอีก 6 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำมูล แม่น้ำชี แม่น้ำโขง ปริมาณน้ำที่มากทำให้เขื่อนต่างๆไม่สามารถเก็บความจุได้และมีความจำเป็นต้องปล่อยน้ำออกจากเขื่อน

วันที่ 9 สิงหาคม มวลน้ำเริ่มเคลื่อนตัวเข้าท่วมเขตปริมลฑลและช่วงพหลโยธิน ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้นได้ไหลเข้าท่วมตลาดพระเครื่อง ย่านท่าพระจันทร์ ในวันที่ 30 กันยายน วันที่ 7 ตุลาคม กรุงเทพมหานครมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้ว 73 ชุมชน 3,384 ครัวเรือน ทางกรุงเทพมหานครพยายามเร่งระบายน้ำออกทางประตูระบายน้ำ 3 แห่ง แต่เกิดฝนตกลงมาซ้ำอีกทำการระบายน้ำออกเป็นไปด้วยความยากลำบากและน้ำฝนทำให้เกิดน้ำท่วมขังหลายจุดที่ไม่สามารถระบายออกได้

ในเขตกรุงเทพมหานคร น้ำเริ่มเข้าท่วมเขตต่างๆซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ เกือบ 90 % ในวันที่ 30 ตุลาคม จมอยู่ใต้น้ำระดับความลึก 1.5-3 เมตร ท่าอากาศยานดอนเมืองถูกน้ำท่วมเสียหายอย่างหนักรวมถึง เครื่องบินที่จอดบนสนามบิน

ประมาณการความเสียหายของอุทกภัยครั้งนี้ ความเสียหายสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท นับเป็นภัยพิบัติน้ำท่วมที่รุนแรงเป็นอันดับสี่ของโลก และรุนแรงที่สุดในไทยหลังจากน้ำท่วมครั้ง เมื่อปี พ.ศ.2485